แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

"ทอดมันปลาแซลมอน"มาลองทำกันดู


เนื้อปลาแซลมอนสดนำมาตีกับพริกแกงเผ็ดปรุงรสด้วยน้ำปลา ชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ รับประทานกับน้ำจิ้มไก่ที่มาพร้อมกับแตงกวาและเม็ดมะม่วงหิมพานต์

ส่วนประกอบ
ปลาแซลมอน 400 กรัม
พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำปลา 2 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 1½ ช้อนโต๊ะ
ผักชีลาว (สับ) 2 ช้อนโต๊ะ
เกล็ดขนมปัง (ป่น) 1 ถ้วย
น้ำมันรำข้าว สำหรับทอด
น้ำจิ้มไก่ สำหรับเสิร์ฟ
แตงกวา สำหรับเสิร์ฟ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ สำหรับเสิร์ฟ

วิธีทำ

1. แยกไข่ขาว และไข่แดง

2. นำปลาแซลมอน พริกแกง ไข่แดง น้ำปลา และแป้งข้าวโพด ใส่เครื่องบดสับ ปั่นให้เนียนดี ใส่ผักชีลาวสับลงไป นวดให้กระจายดี

3. แบ่งส่วนผสมออกเป็น 12 ชิ้น ตีไข่ขาวให้พอแตกตัว นำทอดมันปลาแซลมอนไปชุบไข่ขาวบางๆ ตามด้วยเกล็ดขนมปังป่น ทำซ้ำจนหมด

4. ตั้งน้ำมันรำข้าวสำหรับทอด นำทอดมันลงไปทอดที่ 170 องศาเซลเซียส ประมาณ 3 นาที ให้สุกดี

5. เสิร์ฟทอดมันกับน้ำจิ้มไก่ โรยหน้าด้วยแตงกวาซอย โรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ


ที่มา : พลพรรคนักปรุง 6 สิงหาคม 2558
สูตรโดย : พล ตัณฑเสถียร

เมื่ยงลาว(อาหารสาธารณะรัฐประชาชนลาว)เพิ่อนบ้านของไทย(มีวิธีทำ)


“เมี่ยงลาว” ฟังดูชื่ออาหารจานนี้แล้วก็น่ารับประทานขึ้นมาทันทีทั้งๆ ที่ยังไม่ทราบเลยว่ามีเครื่องปรุงอะไรบ้าง เพราะคำว่า “เมี่ยง” นั้นก็น่าอร่อยเสียแล้ว นึกไปถึง “เมี่ยงคำ” และ “เมี่ยงปลาทู” ที่เคยรับประทานกันมาก่อน
“เมี่ยงลาว” นี้มองกันดูแล้วก็น่าแปลกอีกอย่างหนึ่ง คือไม่มีปลาร้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย อย่างไรก็ตาม คำว่า “เมี่ยง” ก็จะต้องมีรสชาติอร่อยไปทั้งนั้น
“เมี่ยงลาว” มีเครื่องปรุงอะไรบ้าง วิธีการปรุงเป็นอย่างไรจะได้รุ้กัยดังต่อไปนี้เลย
เครื่องปรุง
เต้าหู้เหลืองหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ           2 แผ่น
หอมแดงหั่นซอย                                    5 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกัเปลือกหั่นซอย                      5 ช้อนโต๊ะ
ขิงสดหั่นเล็กๆ                                       4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊ป                                             3 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มมะขามคั้น                                     3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
ซีอิ๊วขาว
ถั่วลสิงคั่วป่น                                         3 ช้อนโต๊ะ
ใบผักกาดดอง                                       20 ใบ
ข้าวตังแผ่นใหญ่                                     2 แผ่น
วิธีปรุง
เริ่มต้นด้วยเอาเตาหู้เหลืองที่หั่นเอาไว้ผัดน้ำมันแล้วพักเอาไว้ก่อน
เจียวกระเทียมให้เหลืองหอม เอาพักใส่ถ้วยไว้อีกอย่างหนึ่ง
คราวนี้เอาน้ำตาลปี๊ปเคี่ยวด้วยการใส่น้ำสะอาดลงไปเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำตาลเหนียวดี ใส่น้ำซีอิ๊วขาวลงไปเล็กน้อย ให้หวานนำเอาไว้ เอาเต้าหู้ผัดรวมกันไป คลุกเคล้ากันให้ทั่ว เคี่ยวจนแห้ง ความหวานเค็มเข้าไปในเนื้อเต้าหู้
ต่อจากนั้นก็ใส่ขิงหั่นลงไป ใส่ถั่วลิสงคุ่วป่นลงไป ผัดจนแห้งไปด้วยกัน
ขั้นตอนสุดท้ายให้ใส่หอมเจียว กระเทียมเจียม ลงไปอีก ยกกระทะลงปล่อยเอาไว้ให้เย็น
พอเครื่องปรุงนี้เย็นตัวลงแล้วรับประทานกันได้แล้ว
วิธีรับประทานก็คือ เอาใบผักกาดดองมาตัดแนแผ่นสี่เหลี่ยมพอที่จะห่อเครื่องพวกนี้ได้สะดวก จากนั้นก็เอาไปผัดในกระทะให้ร้อนดีก็เอามาใช้ได้
ใบผักกาดดองเย็นแล้วคี่ออก เอาเครื่องปรุงหรือส่วนที่เป็นไส้ตักวางลงตรงกลางใบผักกาดดอง ห่อใบผักกาดดองเข้ามาทั้งสี่ด้าน หุ้มเอาไว้เป็นคำๆ
ต่อมาก็มาจัดการทอดข้าวตังให้กรอบเหลือง เอาข้าวตังนี้ไปรับประทานกับเมี่ยงลาวที่ห่อด้วยใบผักกาดดองที่เตรียมเอาไว้แล้วได้เลย
“เมี่ยงลาว” นี้ความจริงก็ได้รสชาติที่ดีมาก อร่อย นับว่าเป็นอาหารว่างได้อย่างดีมาก ในยามบ่ายหรือสายๆ รับประทานเมี่ยงลาวนี้สัก 3-4 คำ ก็สร้างความสดชื่นให้ได้เหมือนกัน แล้วก็ตามด้วยเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นก็วิเศษมาก น้ำชาขิง น้ำชามะตูม ไปด้วยกันได้ดีมาก มีประโยชน์และเป็นสมุนไพรที่ดีมากจริงๆ อิ่ม อร่อย ไปในตัว
คุณที่ชอบความเผ็ดอาจจะนำเอาหพริกขี้หนูสวนสดๆ มาร่วมรับประทานไปด้วยกันก็ได้ ความเผ็ดของพริกขี้หนูสวน จะเพิ่มความอร่อยมากมายทีเดียว
อาหารว่างจานนี้สามารถรับประทานกันทั้งครอบครัวคุณได้เสมอ ข้อสำคัญจะต้างหา “ข้าวตัง” มาให้ได้ หรือจะทำเองก็คงไม่ยากอะไร ต่อจากนั้นทำใส้ของเมี่ยงกันเลย นี่แหละ “เมี่ยงลาว”

วิธีทำ"หมูม้วนไส้ผักโขมซอสขาว"


ส่วนผสม 
- เนื้อหมูสไลซ์บางๆ 400 กรัม
- เชดดาร์ชีสขูดฝอย 150 กรัม
- ไข่ไก่สำหรับชุบ 2-3 ฟอง
- แป้งสาลีอเนกประสงค์พอประมาณ
- เกล็ดขนมปังป่นสำหรับคลุกพอประมาณ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด
- มายองเนส
- ซอสพริก
- ซอสมะเขือเทศ
- พริกไทยป่น

วิธีทำ
1. นำเนื้อหมูวางบนภาชนะเรียบหรือเขียง โรยพริกไทยป่นให้ทั่วชิ้นเนื้อหมู ตักผักโขมซอสขาวใส่ลงบนชิ้นหมูโรยด้วยเชดดาร์ชีสให้ทั่วม้วนให้แน่นกลัดด้วยไม้จิ้มฟัน

2. คลุกหมูม้วนที่ได้กับแป้งสาลีจากนั้นชุบไข่ไก่บาง ๆ แล้วนำคลุกเกล็ดขนมปังป่นให้ทั่ว ใส่ลงทอดในน้ำมันพืชร้อนไฟปานกลางจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

3. จัดหมูม้วนไส้ผักโขมซอสขาวใส่จาน เสิร์ฟพร้อมมายองเนส ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ

♨# ส่วนผสมผักโขมซอสขาว ♨#
- ผักโขมแช่แข็งบีบน้ำออก 115 กรัม
- เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมหัวใหญ่สับ 25 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ½ ช้อนชา
- ใบกระวาน 1 ใบ
- วิปปิ้งครีมชนิดจืด ½ ถ้วยตวง
- นมสด ¼ ถ้วยตวง
- เชดดาร์ชีสขูดฝอย 35 กรัม
- ไวน์ขาว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่นหยาบ ¼ ช้อนชา
- พริกไทยดำป่น ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำผักโขมแช่แข็งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องให้อ่อนตัวแล้วบีบน้ำออกให้ได้ปริมาณตามต้องการ

2. ตั้งกะทะใส่เนยสดพอละลาย ใส่ใบกระวาน หอมหัวใหญ่และแป้งสาลีลงผัดให้เข้ากัน

3. ใส่ผักโขมที่เตรียมไว้ผัดพอเข้ากัน ใส่วิปปิ้งครีม นมสด เชดดาร์ชีส ปรุงรสด้วยเกลือป่นและพริกไทยป่น ใส่ไวน์ขาวผัดให้เข้ากันยกลงพักให้เย็น เตรียมไว้

ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก หนังสือแม่บ้าน

เคล็ดลับการทำ"ข้าวขาหมู"ให้อร่อยนุ่มละมุนลิ้น


วันนี้แอดมินมีเคล็ดลับการทำ🐷"ข้าวขาหมู"🐷อร่อยนุ่มละมุนลิ้นของโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ที่คงความอร่อยกว่า 20 ปีมาฝาก พลาดไม่ได้กับคนที่ต้องการนำสูตรไปประกอบอาชีพจ้า
ขาหมูอร่อยต้องมีรสเค็มหวานเข้มข้น ตุ๋นจนเนื้อสัมผัสนุ่มมีกลิ่นหอมจากเครื่องเทศและโอวัลตินขาหมูสูตรของโรงแรมจะใส่หูหมู ไข่เป็ดต้มและเต้าหู้ เวลาทำต้องต้มขาหมูเละจนนุ่มเสียก่อนจึงค่อยปรุงรส แล้วใส่หูหมู ไข่ต้มและเต้าหู้ลงไป ซึ่งแตกต่างจากวิธีทำพะโล้ที่ต้องใช้น้ำตาลปี๊บเคี่ยวกับผงพะโล้



เคล็ดลับ
1.เลือกใช้ขาหมูส่วนขาหน้า เพราะมีปริมาณเนื้อเยอะมันน้อยหนังบาง เวลาซื้อมีวิธีสังเกตคือ ขามีขนาดเล็ก และกระดูกเป็นท่อนตรงไม่มีข้อต่อเข่าเหมือนขาหลัง

2.เผาขาหมูและขูดขนให้สะอาด ส่วนของขาหมูจะมีขนแข็ง ๆ อยู่จำนวนมาก จึงต้องนำขาหมูไปเผาไฟเพื่อให้ขนไหม้ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หนังหมูบางส่วนไหม้ไปด้วยก็ไม่ต้องเป็นกังวล จากนั้นนำขาหมูที่เผาแล้วแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้หนังนิ่ม แล้วใช้มีดขูดเอาขนและหนังหมูส่วนที่ไหม้ออกจนสะอาดแล้วนำไปล้างน้ำเตรียมไว้

3.วิธีเตรียมหูหมู ล้างหูหมูสดให้สะอาดแล้วต้มในน้ำเดือดพอสุก จึงช้อนขึ้นมาพักไว้ให้เย็น ใช้มีดขูดขนออกให้หมด ล้างให้สะอาด ส่วนของหูหมูจะมีเฉพาะขนอ่อนและหนังบางกว่าส่วนขา จึงไม่จำเป็นต้องเผา เพราะจะไหม้ได้ง่าย

4.คั่วเครื่องเทศเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม นำเครื่องเทศรวมทั้งกระเทียมและรากผักชีไปคั่วไฟปานกลาง นานประมาณ 10 - 15 นาทีเพื่อให้มีกลิ่นหอมขึ้น ก่อนนำไปต้มรวมกับขาหมู

5.ต้มขาหมูและเครื่องเทศกับน้ำอุณหภูมิปกติ เพราะความร้อนที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยจะค่อย ๆ ดึงรสชาติและกลิ่นหอมจากกระดูกและเครื่องเทศออกมาได้ดีกว่าใส่ลงไปต้มในน้ำที่เดือดแล้ว

6.ต้องต้มขาหมูให้นุ่มก่อนปรุงรส เพราะถ้าใส่เครื่องปรุงลงไปต้มทันทีจะทำให้น้ำตาลและเกลือรัดตัว ส่งผลให้ขาหมูไม่นุ่มถึงเนื้อใน จึงต้องต้มขาหมูให้สุกนุ่มด้วยไฟปานกลางนาน 2 ชั่วโมงเสียก่อนจึงค่อยปรุงรส

7.รสหวานหอมด้วยโอวัลติน เพราะในโอวัลตินมีส่วนผสมของน้ำตาลและโกโก้จึงช่วยให้มีกลิ่นหอม รสหวานมัน แถมยังให้สีน้ำตาลสวย

8.ต้มจนได้ที่แล้วแช่ตู้เย็นช่วยให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ หลังปรุงรสเสร็จให้เคี่ยวต่ออีก 2 ชั่วโมง จึงปิดไฟ พักไว้ให้เย็นแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น 1 วัน จึงนำมาอุ่นด้วยไฟอ่อนวิธีนี้จะทำให้รสชาติซึมเข้าถึงเนื้อได้ดีกว่าต้มเป็นเวลานานๆ ที่สำคัญหากต้มนานเกินไปขาหมูจะเปื่อยเละไม่เป็นชิ้นดูไม่น่ากิน

9.เลือกใช้ข้าวหอมมะลิเก่า เพราะเมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวยังนุ่ม มียางน้อย เวลาราดน้ำขาหมูข้าวก็จะไม่แฉะ

10.เทคนิคทำผักกาดดองให้อร่อย เลือกใช้ผักกาดดองเปรี้ยว ใช้มีดตัดเป็นใบ ๆ แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำผักกาดดองไปต้ม 1 ชั่วโมงด้วยไฟปานกลางจนสุกนุ่ม นำผักกาดดองที่ต้มแล้วล้างน้ำอีกครั้งจนคลายร้อน แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ บีบน้ำออกให้หมาด แล้วราดด้วยน้ำขาหมูเพื่อให้มีรสชาติ เตรียมเสิร์ฟ

ที่มาสูตร : สมศักดิ์ พิมลนอก
นิตยสาร Health and Cuisine

มาเจียวกากหมูขั้นเทพสุดฟินกินกันดีกว่า…..


ยังจำกันได้ไหมว่าตอนเด็กๆ เวลาคุณแม่เจียวกากหมูเพื่อเอาน้ำมันหมูเสร็จ อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น สิ่งที่ลอยขึ้นมาในห้วงความคิดคือ เราวิ่งเอาชามใบโตไปเตรียมใส่กากหมูร้อนๆจากกระทะที่เเม่เจียวเสร็จแล้วพร้อมกับน้ำปลาดี เหยาะใส่บนกากหมู ไปนั่งกินใต้โคนต้นไม้สบายเฉิบ
วันนี้เอาวิธีเจียวกากหมูขั้นเทพมาแบ่งบันกัน มาดูกันเลย
  1. วัตถุดิบ
    1. มันหมูแข็ง หรือสามชั้นแบบไม่ติดหนัง หั่นเต๋า
    2. น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
    3. กระเทียมปอกเปลือก 100 กรัม ทุบพอแหลก
    4. เกลือ 1 ช้อนชา
    วิธีทำ
    1. นำมันหมูใส่ลงไปในกระทะ เทน้ำเปล่าตามลงไป เปิดไฟแรงสุด เคี่ยวจนน้ำมันออกมาจากหมู และตั้งไฟไปเรื่อยๆ จนเดือด
    2. เมื่อเดือดแล้วจะเห็นน้ำเป็นสีขาวขุ่น แล้วมันจะค่อยๆ ใสขึ้น เมื่อเห็นว่ามันเริ่มใสขึ้นให้เบาไฟเป็นไฟกลาง
    3. เจียวต่อไปเรื่อยๆจนกากหมูเริ่มเป็นสีเหลือง เริ่มใกล้ๆ กรอบแห้งแล้วให้ใส่กระเทียมทุบตามลงไป
    4. เจียวจนหมูเป็นสีเหลืองทอง กรอบกำลังดีและกระเทียมเหลืองกรอบไปพร้อมๆ กัน (ระวังอย่าให้กระเทียมไหม้) ให้รีบตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันทันที
    5. เมื่อสะเด็ดน้ำมันแล้วโรยเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้ทั่วเพื่อลดความชื้นของกากหมู เก็บในภาชนะอย่างดีสามารถอยู่ได้หลายวัน
    6. ส่วนน้ำมันที่เหลือสามารถนำไปทำอาหารต่อได้
ขอบคุณแหล่งที่มา MTHAI

ขอนำเสนอเมนูเอาใจคนทานปลา เมนูนี้มีชื่อว่า"ปลาโฉมงาม"...มาดูวิธีทำกัน


ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
เนื้อปลาเก๋าหั่นชิ้นพอคำ 300 กรัม
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ขิงอ่อนซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมหั่นเป็นท่อน ¼ ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดงซอย
เป็นเส้นบาง 1 ช้อนโต๊ะ
เต้าเจี้ยว ½ ถ้วย
น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำสต๊อก ½ ถ้วย
หอมเจียว ¼ ถ้วย
แป้งข้าวโพด ½ ถ้วย
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
พริกแห้งทอด ต้นหอม และผักชี สำหรับโรยหน้า
น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ
1. คลุกปลาเข้ากับแป้งข้าวโพดให้ทั่ว ทอดในน้ำมันร้อนจัดพอเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้

2. ทำซอสโดยตั้งน้ำมันในกระทะพอร้อน ใส่กระเทียมผัดจนหอมตามด้วยขิง จากนั้นใส่เต้าเจี้ยวแล้วผัดต่อสักครู่ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำส้มสายชู น้ำตาลปิ๊บน้ำปลาใส่น้ำสต๊อกแล้วเคี่ยวจนซอสข้น ปิดไฟใส่ต้นหอมและพริกชี้ฟ้าแดง

3. จัดเสิร์ฟโดยจัดปลาทอดลงจาน โรยหอมเจียว พริกแห้งทอดต้นหอม ผักชี เสิร์ฟเคียงกับซอส

เรื่อง : กรองกาญน์ ชัยยะปะปัง เมนูจาก : “ปอ - ศีกัญญา – กอล์ฟ - ณ ชนก”
นิตยสาร Health and Cuisine

สูตรเด็ด น้ำพริกส้มมะขามเปียกผัด




หม่อมราชวงศ์สุมาลยมงคล โสณกุล ได้เล่าถึงน้ำพริกชนิดนี้ไว้ในหนังสือ ตำรากับข้าวพระองค์เจ้าจุไรรัตนฯและวังบางขุนพรหม ว่า “สมัยเด็กๆ แม่ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน) โปรดให้ห้องเครื่องทำข้าวร้อนห่อใบบัวไปรับประทานตอนไปปิกนิก เมื่อเปิดออกมา ข้าวจะมีกลิ่นหอมของใบบัว ในห่อนั้นจะมีน้ำพริกส้มมะขามเปียกผัด หมูหวาน ปลาเค็ม ไข่เค็ม เนื้อเค็ม และผักสดห่ออยู่ด้วย ส่วนของเด็กๆ จะทำไม่เผ็ด เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” แสดงให้เห็นว่าน้ำพริกชนิดนี้มีมาแต่โบราณ นิยมทำรับประทานทั้งชาวบ้านและชาววัง

รสชาติของน้ำพริกถ้วยนี้มีรสเปรี้ยวนำ ซึ่งได้จากมะขามเปียกที่โขลกลงไป แล้วปรุงรสเค็มหวานตามแบบน้ำพริกภาคกลาง นำมาผัดกับน้ำมันหมูเพื่อเพิ่มความหอม แถมยังเก็บไว้รับประทานได้นาน เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่างผักสด ปลาฟู หมูหวาน และไข่เค็ม

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ถ้วย) เตรียม 20 นาที ปรุง 40 นาที
มะขามเปียกแกะเอาแต่เนื้อ
สับละเอียด ½ ถ้วย
พริกแห้งเม็ดใหญ่หั่นท่อน
แช่น้ำจนนิ่มเอาไส้ออก 5 - 7 เม็ด
หอมเล็กปอกเปลือก 8 หัว
กระเทียมไทยปอกเปลือก 15 กลีบ
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย
พริกขี้หนูสวน 6 - 8 เม็ด
น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
มันหมูแข็งหั่นเต๋าเล็ก 2 ถ้วย
น้ำต้มสุกเล็กน้อย

วิธีทำ
1. เจียวมันหมูแข็งจนเหลืองกรอบ ตักขึ้นแยกน้ำมันกับกากไว้สำหรับผัดน้ำพริก
2. คั่วพริกแห้ง หอม และกระเทียมพอเหลืองพักไว้ นำกะปิมาห่อด้วยใบตอง ย่างไฟพอหอม เตรียมไว้สำหรับโขลก
3. โขลกพริกแห้ง หอม และกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นใส่กะปิ กุ้งแห้ง และมะขามเปียกลงไปโขลกรวมกันให้ละเอียดอีกครั้ง แล้วจึงใส่พริกขี้หนูลงไปโขลกพอแหลกปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ชิมรสให้เปรี้ยวเค็มหวาน แล้วเติมน้ำเล็กน้อย คนให้เข้ากัน นำไปผัดด้วยน้ำมันหมูที่เจียวไว้ก่อนตักขึ้นโรยกากหมูลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วตักใส่ถ้วยจัดเข้าสำรับ

เครื่องเคียง
ผักสด ขมิ้นขาว มะเขือ แตงกวา ยอดผักบุ้งไทย ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆ ตามชอบ
เนื้อสัตว์ ปลาช่อนฟูหรือปลาดุกฟู ไข่เค็ม และหมูหวาน (หากไม่ทำปลาฟูให้ใช้ปลาทอดหรือปลาย่างแทน)

Tips :

*เลือกมะขามเปียกสีอ่อนออกส้มแดงจะทำให้น้ำพริกที่ได้มีสีแดงสวยน่ารับประทาน
*น้ำมันหมูควรเจียวใหม่แล้วใช้เป็นครั้งๆไป หากเก็บไว้นานจะมีกลิ่นหืน



เมนูเด็ดรสจัดจ้าน"ซี่โครงหมูผัดตะไคร้"มาดูสูตรเด็ดกัน


เมนูรสจัดจ้าน เหมาะจะรับประทานเล่นหรือกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยถึงใจแน่นอน ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพก็ตรงตะไคร้นี่แหละ สมุนไพรไทยๆ ให้ประโยชน์และรสชาติแซ่บเว่อร์

เครื่องปรุง
- ซี่โครงหมู
- ตะไคร้
- กระเทียม
- ใบมะกรูด
- พริกขี้หนู
- น้ำตาล
- น้ำมันหอย
- น้ำปลา
- น้ำมัน
- น้ำเปล่า

1. ซอยตะไคร้เป็นชิ้น บางๆ ตามด้วยผสมพริก กระเทียม พอหยาบ
2. เทน้ำมันลงในกระทะ ตามด้วยพริกกระเทียมผัดให้หอม แล้วใส่ซี่โครงหมูผัดให้เข้ากันดี เติมตะไคร้ลงไป
3. ปรุงรสด้วยมะนาว น้ำปลา น้ำมันหอย ผัดเข้ากันให้ดีเติมน้ำเปล่าลงไป
4. ฉีกใบมะกรูดใส่ลงไปและผัดเข้ากัน

วิธีทำ"เบอร์เกอร์อีสาน" (เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไส้ลาบหมู) สำหรับ 1-2 ท่าน


สูตรเบอร์เกอร์อีสาน (เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไส้ลาบหมู)

สำหรับ 1-2 ท่าน
ประมาณ 20 นาที (ไม่รวมหมักหมู)

วัตถุดิบเบอร์เกอร์อีสาน (เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไส้ลาบหมู)

1. ข้าวเหนียวนึ่งสุก 1 1/2 ถ้วยตวง ให้ปั้นตอนยังร้อนๆ
2. หมูสับ 300 กรัม
3. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
4. ต้นหอมซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
5. ผักชีลาบซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. ใบมะกรูดสับ 1 ช้อนชา
7. ข้าวคั่ว 1-3 ช้อนชา
8. พริกป่น ตามชอบ
9. น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาล 1 ช้อนชา
11. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเบอร์เกอร์อีสาน (เบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไส้ลาบหมู)

1. นำส่วนผสมข้อ 2-11 มาผสมเข้าด้วยกันดี ปั้นเป็นไส้แฮมเบอร์เกอร์ ความหนาประมาณ 1 เซนติเมตร หมักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อยสัก 2-3 ชั่วโมง (ปั้นและตบให้แน่นๆ)
2. นำออกมาย่างหรือจี่บนกระทะด้วยไฟกลาง อย่ากลับบ่อย ระวังเนื้อหมูแตกออกจากกัน รอจนสุก นำขึ้นมาพักไว้
3. ทำข้าวเหนียวเป็นทรงเดียวกันกับไส้เบอร์เกอร์ พร้อมรับประทาน (ข้าวเหนียวตอนร้อนๆจะปั้นง่าย)

ข้อแนะนำ

ไส้เบอร์เกอร์ถ้าอยากให้เหนียวๆ ไม่แตกจากกันง่ายให้เอาไปตำในครกหิน ตำไปเรื่อยๆจะรู้สึกหนืดจนยกสากไม่ค่อยขึ้น เป็นอันใช้ได้

วิธีทำ"เกี๊ยวกุ้งน้ำใส "(สูตรนี้ทานได้ 4 คน)


ส่วนประกอบ (สูตรนี้กินได้ 4 คน)
- แผ่นเกี๊ยว                                             40 แผ่น
- กุ้งสับหยาบ                                       120 กรัม
- รากผักชี                                               20 กรัม
- กระเทียม                                              20 กรัม
- พริกไทยป่น                                            5 กรัม (1/2 ช้อนชา)
- เกลือป่น                                                 3 กรัม (1/2 ช้อนชา)
- กุ้งทั้งตัวปอกเปลือกผ่าหลัง              200 กรัม
- ชักเส้นดำออก
- ผักกวางตุ้งตัดเป็นท่อนๆ                   300 กรัม
- ตั้งฉ่าย                                                15 กรัม
- กระเทียมเจียว                                     30 กรัม
- ต้นหอมซอย                                        40 กรัม
- น้ำซุป                                            1,000 กรัม (4 ถ้วยตวงครึ่ง)

วิธีทำ
1. โขลกรากผักชี กระเทียม เกลือให้ละเอียด ใส่กุ้งสับเคล้าให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ในตู้เย็น ประมาณ 20 นาที

2. แผ่แผ่นเกี๊ยว ตักใส่เกี๊ยวแล้วห่อโดยจับมุมทั้ง 4 มาชิดกัน ใช้น้ำแตะช่วยให้แป้งติดกัน

3. ลวกเกี๊ยวและผักกวางตุ้งใส่ชามไว้

4. ลวกกุ้งพอสุก ตักใส่ชาม

5. น้ำซุปเดือดๆ ใส่ชามเกี๊ยว ใส่ตั้งฉ่าย กระเทียมเจียว ต้นหอมกินร้อนๆ

# การห่อไส้เกี๊ยวอย่าใส่ไส้ให้มากนัก เวลาต้มจะสุกยาก กว่าไส้จะสุกแป้งเกี๊ยวจะเปื่อยเสียก่อน และต้องรอให้น้ำเดือดก่อนจึงใส่เกี๊ยวลงไปต้ม ค่อยๆ คน เมื่อสุกเกี๊ยวจะลอยตัวขึ้นมา ตักขึ้นแล้วผ่านน้ำเย็นสักหน่อย แป้งเกี๊ยวจะได้ไม่เละ และน่ากิน

แบบว่าง่ายเวอร์!! แค่ 2 นาที ก็ทำเค้กโอวัลตินแสนอร่อยได้แล้


สมัยนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องรวดเร็วและสะดวกไปเสียหมด การทำอาหารก็เช่นเดียวกัน เมนูไหนที่ทำง่ายทำเร็ว ก็มักจะถูกเลือกไปทำก่อน เช่นเดียวกับเมนูขนมที่เรานำมาฝากในวันนี้ เค้กโอวัลตินสุดง่ายที่ใช้เวลาเตรียม 1 นาที อบอีก 1 นาที รวมเป็นเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้นเอง แถมยังไม่ต้องอบอีกด้วย เพราะสูตรนี้เราจะใช้ไมโครเวฟ เหมาะกับมือใหม่หัดทำขนมสุด ๆ ไม่ต้องอบ ไม่ต้องเหนื่อยเตรียมข้าวของให้วุ่นวาย แถมทำง่ายมาก ๆ
ส่วนผสม
แป้งเค้ก 2 ช้อนโต๊ะ
ผงโอวัลติน 2 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
นมสด 2 ช้อนโต๊ะ
ช็อกโกแลตชิพเล็กน้อย สำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
1. ผสมแป้งเค้ก ผงโอวัลติน ผงฟู และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน


2. ใส่น้ำมันพืชและนมสดลงไปคนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว ตักใส่ถ้วยสำหรับเข้าไมโครเวฟ
วางช็อกโกแลตชิพลงไปเล็กน้อย




3. นำเข้าเตาไมโครเวฟนานประมาณ 1 นาที นำออกจาเตา ใช้ช้อนเกลี่ยช็อกโกแลตชิพที่เยิ้ม ๆ เล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟ

ว้าว ! ใช้เวลาแป๊บเดียวเองเราก็ได้เค้กโอวัลติน ขนมโฮมเมดง่าย ๆ ไว้กินกันอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว





น่ากิ๊น..น่ากิน!! แจกวิธีทำ "ซูชิไข่ชะอมน้ำพริกกะปิ" เมนูลูกครึ่ง ที่ถูกปากคนไทย!!




ใครที่ชอบกิน "ซูชิ" ยกมือขึ้น!? แต่ซูชิแบบญี่ปุ่นคงจะเป็นอะไรที่คลาสสิค และเคยกินมาจนเบื่อแล้ว วันนี้เราเลยมีเมนูใหม่ผสมผสานระหว่างไทย-ญี่ปุ่น รับรองออกมาน่ากินกว่า แถมถูกใจคนไทยทุกวัยแน่นอน!
ท๊าาด๊าา~ นั่นก็คือ "ซูชิไข่ชะอมน้ำพริกกะปิ" อื้อหือ แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอแล้วใช่มั้ย วิธีทำไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากการทำน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด บวกไข่ชะอมเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่เราดัดแปลงวิธีการจัดเสิร์ฟให้ดูเก๋ น่าทานเหมาะกับการพกพาไปกินที่ทำงาน หรือที่ไหนๆ สะดวกขึ้น ไปดูกันเลยดีกว่าจ้า ว่าจะง่ายขนาดไหนตามมาเล๊ยยๆ

วิธีทำ

1.เจียวไข่ชะอม


















2.ใส่น้ำมันพอเคลือบกระทะ ค่อยๆเทลงในกระทะแล้วกรอกให้ทั่วกระทะ ความหนาตามความชอบได้เลย



3.ทอดปลาทู เสร็จแล้งแกะก้างออก เอาเฉพาะเนื้อ


4.น้ำพริกกะปิ คลุกกับข้าวสวย


5.นำข้าวคลุกน้ำพริกมาเกลี่ยบนแผ่นไข่ชะอม



6.ตามด้วยผักสดหรือลวกที่ชอบ และเนื้อปลาทูที่แกะไว้

7.จากนั้นก็ม้วน (จะใช้เสื่อซูชิม้วนก็ได้) แต่ถ้าไม่มีเสื่อก็ม้วนมือแบบบ้านๆโลดค่ะ


8.ใช้มีดตัดเป็นชิ้นๆ ความหนาตามชอบ แต่อย่าบางเกินไปเพราะจะหลุดได้นะคะ


เป็นยังไงบ้าง ออกมาหน้าตาน่ารับประทานมั้ยคะ แถมทำไม่ยากเลยใช่ไหม ลองทำกันดูนะคะ รับรองเมนูพื้นๆนี้จะกลายเป็นเมนูพิเศษได้ในพริบตา


ขอบคุณที่มาจาก easycookingmenu